ตึกอุเมะดะ สกาย บิวดิ้ง (Umeda Sky Building)

ตึกอุเมะดะ สกาย บิวดิ้ง (Umeda Sky Building)     หากได้มาเที่ยวโอซาก้า ห้ามพลาดโอกาสชมเมืองในมุมสูงบนตึกนี้ Umeda Sky Building เมื่อได้ขึ้นยืนบน Sky walk Roof Top Observation Deck แล้วมองลงมาเห็นวิวโอซาก้าทั้งเมือง พูดได้คำเดียวว่าเกินคุ้ม!! ตึกสูง 173 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1993 มีความปลอดภัยสูง ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าสามารถทนความสั่นสะเทือนได้หากเกิดแผ่นดินไหว ความสนุกตื่นเต้นเริ่มตั้งแต่ตอนขึ้นลิฟท์แก้วไปยังชั้นบนสุดของตึก (ชมวิวที่ชั้น 39 และชั้น 40) จากนั้นเราก็จะต้องขึ้นบันไดเลื่อนซึ่งเป็นบันไดเลื่อนที่เชื่อมตัวตึกสองหลังเข้าไว้ด้วยกัน รู้สึกทึ่งในการออกแบบตึก และทึ่งในไอเดียการสร้างตึก จากตึกธรรมดากลายเป็นตึกแฝดที่เปิดให้ผู้คนขึ้นมาชมวิวที่ชั้นสูงสุด จากตึกธรรมดาที่ใช้งานเป็นสำนักงานหรือที่พักอาศัย ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนหลั่งไหลมาทุกวัน น่าทึ่งมากจริงๆ การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่ JR Osaka Station ใช้ทางออก Central North Exit หรือ Hankyu Umeda ใช้ทางออก…

ป้ายกูลิโกะ

ป้ายกูลิโกะ (Glico Man Neon Billboard) ป้ายไฟนีออนกูลิโกะแมนที่สะพานโดทมบุริได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความเป็นโอซาก้าไปแล้ว ป้ายไฟที่ว่านี้ตั้งอยู่ที่ตรงสะพานอิบิซึบะชิ ป้ายกูลิโกะที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นป้ายไฟรุ่นที่ 6 ซึ่งป้ายไฟอันแรกถูกติดตั้ง ที่นี่เมื่อ 79 ปีที่แล้ว ป้ายไฟนี้เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ความพิเศษของป้ายไฟอันใหม่นี้ ก็คือ ฉากหลังของกูลิโกะแมนที่เปลี่ยนไป สวยสดใสกว่าเดิมและอย่างที่สองคือป้ายไฟมีแสงที่สว่างมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากป้ายอันใหม่นี้ ใช้หลอดไฟ LED ทำไมป้ายกูลิโกะต้องเป็นนักวิ่ง? เรื่องมีอยู่ว่านายริอิชิ เอซะกิ ผู้ก่อตั้งบริษัทกูลิโกะ ได้ค้นพบว่าสารกลีโคเจนในหอยนางรมนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการมาก จึงได้ทดลองให้ลูกชายที่กำลังป่วยหนักได้รับประทาน ผลก็คือลูกชายมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เขาจึงคิดว่า ถ้าเด็กๆ คนอื่นได้กินด้วย เด็กๆ เหล่านั้นก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนกันกับลูกชายของเขา เขาจึงเริ่มผลิตขนมที่ใส่สารกลีโคเจน แล้วตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “กลีโกะ” ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “Glico” ส่วนภาพนักวิ่งที่ใช้บนป้ายไฟ ก็คือต้องการสื่อถึงการกินขนมแล้วจะแข็งแรง สุขภาพดีเหมือนนักวิ่งนั่นเอง การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟใต้ดินได้หลายสาย ไม่ว่าจะเป็น Midosuji Line Yotsubashi Line หรือ Sennichimae…

หมู่บ้านอะเมะริกะมุระ

หมู่บ้านอะเมะริกะมุระ America Mura หรือเรียกย่อๆ ว่า Ame Mura ชื่อนี้มีความหมาย ที่มาของคำว่า Ame ก็คือคำที่ย่อมาจากคำว่า America ส่วนคำว่า Mura ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าหมู่บ้าน ดังนั้นเราก็เลยเรียกที่นี่ว่า “หมู่บ้านอเมริกา” หมู่บ้านนี้ไม่ไกลจากชินไซบะชิ แหล่งช็อปปิ้งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่หมู่บ้านอะเมะมุระนั้นอยู่อีกฟากหนึ่ง คือบริเวณชินไซบะชิตะวันตก ย่านนี้แปลกตากว่าย่านช็อปปิ้งอื่นๆ ตรงที่สังเกตได้ว่า เสื้อผ้าที่ขายตามร้านต่างๆ นั้นเป็นแฟชั่นของชาวตะวันตก ไม่เพียงแต่เสื้อผ้า แต่ยังรวมไปถึงรองเท้า กระเป๋าและสิ่งของแฟชั่นต่างๆ อีกด้วย รวมไปถึงเพลงที่เปิดตามร้านค้าต่างๆ ก็เป็นเพลงฝรั่ง พนักงานในร้านค้ามีทั้งที่เป็นฝรั่งผมทอง และเป็นคนผิวสี พอมานั่งพักเหนื่อยตรงสวนหย่อมกลางอะเมะมุระ ก็พบว่าเพลงที่เปิดบนทีวีจอยักษ์ก็เป็นเพลงของศิลปินตะวันตก นั่งไปสักพักนี่นึกว่าอยู่อเมริกา อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือภาพวาด Peace on Earth ที่อยู่บนตึกใจกลางอะเมะมุระ ภาพนี้ถูกวาดขึ้นโดยศิลปินวาดกราฟิตี้ อุปมาอุปมัยว่ามนุษย์นกได้แผ่ปีกไปจนทั่ว ซึ่งภายใต้ปีกนั้น ก็คือการขยายออกไปของความรัก ความสงบ อิสรภาพ และท้องฟ้าที่สดใส เดิมทีย่านนี้เคยเป็นที่ตั้งของโกดังเก็บสินค้ามาก่อน ต่อมาในปี ค.ศ. 1970 โกดังเหล่านั้นก็ได้รับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นสถานที่ขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เช่น…

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ปราสาทโอซาก้า โบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1583 (432 ปีมาแล้ว) โดยท่านโตโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ผู้เป็นนายพลใหญ่ที่มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะรวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ปราสาทแห่งนี้เคยถูกทำลายเสียหายในช่วงสงครามแต่ด้วยความที่ปราสาทแห่งนี้เหมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโอซาก้า ชาวเมืองจึงได้ร่วมกันบริจาคเงินทุนเพื่อใช้ในการซ่อมแซมและบูรณะปราสาท จนกระทั่งปราสาทกลับมามีสภาพดีอีกครั้งหนึ่ง ภายนอกปราสาทดูเหมือนว่ามี 5 ชั้น แต่ความจริงแล้วตัวปราสาทด้านในแบ่งออกเป็น 8 ชั้น ถือว่าเป็นความฉลาดแยบยลของคนโบราณ เนื่องจากว่าในสมัยโบราณยังมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ และปราสาทก็คือบ้านของผู้ที่มีอำนาจบารมี เช่นโชกุนหรือแม่ทัพใหญ่ ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนป้องกันความปลอดภัยของบุคคลสำคัญเอาไว้เป็นอย่างดี ภายในตัวปราสาทได้ถูกปรับปรุงกลายเป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งของเก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติเอาไว้ เช่น ชุดเกราะ ดาบ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนโบราณ ส่วนด้านบนของตัวปราสาท เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เพราะว่าสามารถมองเห็นโอซาก้าได้ในมุม 360 องศา มีแผนผังให้ดูประกอบด้วย ว่าตึกที่เรามองเห็นอยู่ตรงหน้าในขณะนั้น คือตึกอะไร ยืนกินลม ชมวิวอยู่บนตัวตึก ก็หายเหนื่อยได้เหมือนกัน การเดินทาง : จาก Namba Station นั่งรถไฟใต้ดินสาย Mudosuji Line ประมาณ 3 นาที ลงที่ Honmachi Station…

Otaru Snow Light Path Festival

Otaru Snow Light Path Festival เป็นงานเทศกาลประจำฤดูหนาวที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยทั่วทั้งบริเวณคลองและในตัวเมืองจะประดับไปด้วยแสงไฟท่ามกลางหิมะ เป็นระยะเวลาทั้งหมด 10 วัน เวลาประมาณ 17.00-21.00 น. โดยจะมีการประดับโคมไฟทั่วทั้งเมือง สถานที่จัดงานจะอยู่ในเขตบริเวณ Unga Kaijo และ Temiyasen Kaijo ค่ะ ไฮไลท์เด็ดจะอยู่ที่ถนนริมคลองโอตารุ (Unga Kaijo) ความยาว 300 เมตร เวลาที่จัด : 9-18 กุมภาพันธ์ 2018 การเดินทาง จากสถานี Otaru ได้เพียง 15 นาที

Universal Studios Japan โอซาก้า

Universal Studios Japan โอซาก้า งานแสดงไฟ ยิ่งใหญ่อีกงานในโอซาก้า ที่น่าไปเที่ยวมากๆ ก็คือ ที่ Universal Studios Japan ค่ะ และในปีนี้ จะมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์งาน The Gift of Angel III : The Voice of an Angel ต้นคริสต์มาสต้นใหม่ประดับไฟขนาดยักษ์ รวมถึงขบวนพาเหรดต่างๆ ที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้แน่นอน เวลาที่จัด : 10 พฤศจิกายน 2017 – 8 มกราคม 2018 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.usj.co.jp

วันแห่งโซบะ (そばの日 : Soba No Hi)

สาระน่ารู้ วันแห่งโซบะ (そばの日 : Soba No Hi) วันแห่งโซบะ ตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่าชาวญี่ปุ่นมีประเพณีการทานโซบะข้ามปี ในช่วงวาระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นเวลาของครอบครัว ประเพณีการรับประทานโซบะข้ามปี เรียกว่า 年越しそば : Toshikoshi Soba เค้าเชื่อกันว่า เมื่อทานโซบะแล้วอายุจะยืนยาวเหมือนเส้นโซบะนั่นเอง ทานไปด้วยพร้อมกับฟังเสียงระฆังที่ถูกตีจากวัดเป็นจำนวน 108 ครั้งไปด้วย รุ่งเช้าขึ้นมาก็จะเดินทางไปไหว้ขอพรพระที่วัดหรือศาลเจ้ากันพื่อความเป็นสิริมงคล ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงบัญญัติวันนี้ขึ้นเพื่อเป็นวันรณรงค์การทานโซบะนั่นเอง

Tokyo Christmas Market 2017

สาระน่ารู้ Tokyo Christmas Market 2017 ใจกลางโตเกียว ก็สามารถเดินเที่ยวตลาดคริสต์มาส ราวกับเดินอยู่ในยุโรปได้ เดินเลือกซื้อของขวัญวันคริสต์มาส เพลิดเพลินท่ามกลางเสียงเพลงและแสงไฟแห่งเทศกาลคริสต์มาส สนุกไปกับชมการแสดงดนตรีสด ชวนเพื่อนมานั่งดื่มไวน์อุ่นๆ หรือแอปเปิลไซเดอร์สำหรับเด็ก ก็สนุกสนานไปอีกแบบ ฉลองเทศกาลสุขสันต์นี้ได้ที่ สวนฮิบิยะ (Hibiya Park) ฝั่งน้ำพุ ระหว่างวันที่ 15-25 ธันวาคม 2017 ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ไม่เสียค่าเข้า เครดิต : http://www.tiewyeepoon.com/hot-to…/…/tokyo-christmas_market/

งานประดับไฟ Shibuya Illumination ในธีม Hello Kitty

สาระน่ารู้ งานประดับไฟ Shibuya Paradise Hachikomae Illumination ในปีนี้ มีธีมงานว่า “HELLO KITTY MEETS SHIBUYA SHIBUYA ILLUMINATION” ที่เป็นการรวมตัวครั้งพิเศษกับ HELLO KITTY โดยงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน จนถึงวันคริสต์มาส โดยในวันเปิดงานจะมีคิตตี้ตัวจริงมาร่วมพิธีเปิดด้วย ตลอดแนวถนนจะมีการประดับต้นไม้ด้วยหลอดไฟ LED สีขาว และตกแต่งด้วยริบบิ้นสัญลักษณ์ของเฮลโลคิตตี้ รวมทั้งป้ายไฟ และธงลายคิตตี้ประจำงานนี้ โดยสามารถไปเดินชมงานได้ที่เนิน Dogenzaka และถนน Bunkamura Shibuya Paradise Hachikomae Illumination สถานที่: Shibuya Station Hachikomae Hiroba (ลานเปิด) ระยะเวลา: 30 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2017 พิธีเปิดงานประดับไฟ Light-Up Ceremony วันจัดงาน: 30 พฤศจิกายนเวลา…

สาระน่ารู้ LEGOLAND Japan Hotel

LEGOLAND Japan Hotel เป็นโรงแรมที่ตกแต่งทั้งภายนอกและภายในด้วยเลโก้บล็อก บริเวณทางเข้าจะพบกับมังกรที่คอยต้อนรับทุกคนอยู่ และล้อบบี้หรูหรา ที่มีมุมต่างๆที่ใช้เลโก้บล็อกให้เล่นได้อย่างสนุกเพลิดเพลิน และจะมีห้องพิเศษให้เล่นล่าขุมทรัพย์กันด้วย สำหรับห้องพักก็ตกแต่งไว้หลายธีม ไม่ว่าจะเป็น สไตล์อียิปต์ อัศวินสู้รบกับมังกร และ คาแรคเตอร์เลโก้ Ninjago อีกทั้งจะยังมีโซน Water Area เล่นน้ำได้ และโซน Creative Workshop ให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับเลโก้บล็อก นอกจากนี้ยังมีมุม Gift shop และ Skyline Bar ที่เด็กและผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและอาหารได้ เครดิต : http://www.tiewyeepoon.com/hot-topics/legoland-japan-hotel/